
จากบันทึกเก่าๆ บทกวี รวมถึงจารึกที่กล่าวถึงกลียุคครั้งยิ่งใหญ่ ในอดีตกาลที่บรรพบุรุษโบราณได้ส่งผ่านมาถึงคนรุ่นหลัง ได้กล่าวไว้ดังนี้
โลกได้ถือกำเนิดขึ้นมา แผ่นดินฟาดาลเกีย อันกว้างใหญ่ไพศาล อุดมสมบูรณ์ และเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตมากมายหลากหลายสายพันธุ์ เฟดาลเรี่ยน คือสิ่งมีชีวิตนามอัสทรั่ล ผู้อยู่เหนือสิ่งมีชีวิตทั้งปวง อีกทั้งยังเป็นผู้ควบคุมกฏเกณฑ์ของกระแสธรรมชาติ ได้ปลดปล่อยจิตใจดำมืดของตนเองให้กลายเป็นรูปร่างนาม อัซซูอาล
อัซซูลอาลนั้น เป็นกลุ่มก้อนแห่งความชั่วร้ายที่หมายมุ่งทำทุกสิ่งทุกอย่างให้กลับกลายเป็นศูนย์
เฟดาลเรี่ยนรู้ว่าหายนะจะบังเกิดกับดินแดนไฟร์ลาเกีย จึงเข้าประหัตประหาร ต่อกรกับอัซซูลอาล การต่อสู้อันแสนดุเดือด เริ่มต้นขึ้นอย่างต่อเนื่องถึงสามร้อยวันสามร้อยคืน โลกถูกเผาผลาญไปกว่าครึ่ง ทุกผืนดินที่อัซซูอาลได้เหยียบย่ำผ่านไป ก็มิอาจมีพืชพรรณใดๆงอกงามขึ้นมาได้อีก สิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ต่างเดือดร้อนกันถ้วนหน้า และแล้ว ดินแดนไฟร์ลาเกียก็แตกออกเป็นห้าทวีปใหญ่
หลังจากการต่อสู้นั้น เฟดาลเรี่ยนก็กำชัยชนะเหนืออัซซูอาล ได้สร้างประตูเชื่อมกับดินแดนสุดขอบจักรวาล ที่ซึ่งทุกอย่างเต็มไปด้วยสีเทาหม่น จากนั้นจึงส่งอัซซูอาลเข้าไปในดินแดนแห่งนั้น พร้อมกับปิดผนึกประตู จองจำอัซซูอาลไว้
แต่ทว่า จิตใจอันเคียดแค้นชิงชังของอัซซูลอาลยังมิยอมพ่ายแพ้ ได้รวบรวมกำลังทั้งหมด สาปแช่งเหล่าสิ่งมีชีวิตทั้งมวลให้เต็มไปด้วยความมืด เฟดาลเรี่ยนเห็นดังนั้น จึงส่งพรแห่งความเมตตาให้แก่สิ่งมีชีวิตบ้างเพื่อลบล้างพลังของอัซซูอาล
ตั้งแต่นั้นต่อมา สิ่งมีชีวิตทั้งมวล จึงมีทั้งอำนาจฝ่ายดี แต่ความชั่วร้ายสิงสู่อยู่ในร่างกายเดียวกัน
เฟดาลเรี่ยนรู้ดีว่า เพียงแค่การจองจำ ก็มิสามารถหยุดยั้งอัซซูอาลไว้ได้ จึงได้หักดาบคู่กายของตนเป็นเจ็ดเสี่ยง แปรเปลี่ยนเป็นกุญแจ จากนั้นก็ส่งไปตามที่ต่างๆทั่วโลก เพื่อในวันแห่งการพิพากษา มันจะกลับคืนสู่มือของผู้ควรค่า จากนั้นก็อวตาร ตนเอง เหลือเพียงจิตวิญญาณ รอเวลาที่กลียุคจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
มิเอลเน่ปิดหนังสืออย่างเบามือที่สุด พลางถอนหายใจกับถ้อยความภายใน ตำนานโบราณที่ถูกสืบทอดกันมาในกลุ่มชนเผ่าแถบมอนกีอาน่า ก่อนที่อารยธรรม และความเชื่อใหม่ๆจะกลืนกินมันไปจนแทบจะสาบสูญไปจากหน้าประวัติศาสตร์
เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ ต่างสร้างความจริงให้มนุษย์ได้รู้ โดยมองข้ามความเชื่ออันงมงายไปหมดสิ้น
สำหรับพวกเขาแล้ว ไม่มีอัสทรั่ล ไม่มีอัซซูอัล หรือเฟดาลเรี่ยน ทฤษฎีของพวกเขามีเพียงการพุ่งชนของอุกาบาต หรือไม่ก็แกนโลกเอียงเท่านั้น
มิเอลเน่มองออกไปด้านนอกหน้าต่างห้องสมุด ตึกสีเทาที่สร้างด้วยพลังวิทยาศาสตร์ รถยนต์ น้ำมัน สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย จนทำให้ตัวตนของจินตนาการ ความเชื่อค่อยๆเลือนลางไปเรื่อยๆ เธอหยิบเศษกระดาษแผ่นเล็กๆออกมาวางไว้บนโต๊ะ และทวนอ่านข้อความในนั้นอย่างช้าๆ
สองพันปีผ่านเลย สู้กลียุคครั้งใหญ่ บุตรแห่งเฟดาลเรี่ยนหาญสู้อัซซูอาล มิมีสิ่งใดจารึกไว้ในโลกา
คำทำนายที่ถูกตราหน้าว่าโกหกหลอกลวงถูกขยำทิ้ง ในขณะโลกกำลังย่างก้าวเข้าสู่ปีที่สองพัน เทคโนโลยีใหม่ๆเดินหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง มีเพียงส่วนน้อยที่ได้รับรู้ความเป็นจริงอันซ่อนเร้น ดวงตาของมิเอลเน่จ้องมองไปยังท้องฟ้าดำมืด
มีบางอย่างที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป.
ไม่มีใครรู้ นอกจากคนที่ต้องการรู้
มันจะเกิดขึ้น และหลีกเลี่ยงมิได้
มาร่วมค้นหาคำตอบ ของปริศนา
LAST REVOLUTION
แถลงปฏิวัติ สายพันธุ์ใหม่